Combo System CABAL

  โพสเมื่อ: วันอังคาร 7 พฤษภาคม 2013 (เข้าดู 1,702 views)

Combo System ด้วยระบบนี้ ในการกดใช้สกิล การหยุดชะงักรอ Cooldown ระหว่างท่วงท่าสกิลในวิถีเดิมๆ จะหมดไป ด้วยระบบนี้จากสกิลธรรมดาๆ เพียงไม่กี่สกิล จะทำให้เกิดการผสมผสานและรุกคืบสังหารศัตรูได้อย่างไม่หยุดยั้งราวกับว่า ณ เวลานั้น ทุกอย่างหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

Combo System

Combo System ระบบนี้ ถือได้ว่าเป็นตัวก่อกำเนิดให้มี Cabal : The Revolution of Action ขึ้นมาเลยทีเดียว ระบบคอมโบช่วยให้ผู้เล่นสามารถใช้สกิลหรือทักษะต่างๆ ในการโจมตีมอนสเตอร์หรือผู้เล่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้เล่นสามารถสร้างสรรค์รูปแบบการคอมโบที่เหมาะสมกับตนเองและเข้ากับ สถานการณ์ได้อย่างหลากหลายอย่างไม่มีขีดจำกัด

หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมต้องใช้คอมโบ ? กดสกิลยิงธรรมดาไม่ได้หรือ ? เพราะว่า Cooldownของสกิลในเกมส์Cabalก็ไม่นานแถมยังมีสกิลนับร้อยให้เลือกใช้ ? แต่ผมว่าเราลองไปดูข้อดีของการคอมโบกันก่อนดีกว่านะครับ แล้วรับรองว่าคุณจะเปลี่ยนใจ

ข้อดีของการกดคอมโบ

1. ลดระยะเวลาร่ายสกิลลงอย่างมหาศาล โดยจะใช้เวลาสูงสุดเพียงแค่ระยะเวลาที่เกทวิ่งไปจนถึงเรากดหยุดเท่านั้น ยิ่งคอมโบได้จำนวนฮิตสูงขึ้นเท่าไหร่เวลาร่ายก็ยิ่งน้อยลงไปเป็นเงาตามตัว

2. Cooldown ระหว่างการใช้สกิลต่อเนื่องจะหมดไป ตราบใดที่ยังคงอยู่ในสภาวะคอมโบ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีช่วงเวลา Cooldown ระหว่างแต่ละสกิลในการกดใช้

3. โอกาสติดคริติคอลเพิ่มขึ้น ซึ่งการติดคริติคอลจะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นมหาศาล พร้อมทั้งยังมีผลทำให้มอนสเตอร์ถูกผลักออกห่างเราด้วย

4. ความเสียหายของสกิลจะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้คอมโบ ยิ่งจำนวนฮิตคอมโบมากขึ้นเท่าไหร่ หรือสามารถกดคอมโบได้ Excellent Shot ความเสียหายที่ถูกเพิ่มให้จากการทำคอมโบก็จะมากขึ้นเป็นลำดับ มากสุงสุดถึง 20% ต่อสกิลเลยทีเดียว

5. ทำให้เราเก็บ Skill Rank ได้เร็วขึ้น เพราะค่าประสบการณ์ของสกิลจะนับจากการใช้สกิล นั่นหมายถึงยิ่งใช้สกิลได้มากครั้งเท่าไหร่ ก็เข้าใกล้สกิลเทพได้ไวมากขึ้นเท่านั้น (O_o)

6. ฆ่ามอนสเตอร์ได้เร็วมากขึ้นทำให้เก็บเลเวลได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจากการทดลองด้วยอาชีพ Wizard ปกติถ้ายิงสกิลธรรมดาในการฆ่ามอนสเตอร์ 4 ตัว จะใช้เวลา 35 วินาที แต่เมื่อใช้คอมโบ 15 ฮิต สังหารทั้งสิ้น 4 ตัว จะใช้เวลาทั้งหมดเพียงแค่ 23 วินาทีเท่านั้น !! ไวกว่ากันเห็นๆ

7. ทุกการโจมตีในช่วงคอมโบ จะไม่มี Miss (โจมตีพลาด) เด็ดขาด

8. การชะงักเนื่องจากการกดใช้ MP Potion จะหมดไป

9. ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ มันส์ !! เท่ห์ !! ตื่นเต้น !! ทุกครั้งที่กดใช้

Combo Skill

เราจะมีสิทธิครอบครอง Combo Skill เมื่อเรามีเลเวล 10 ซึ่งการที่จะได้มานั้นจำเป็นต้องผ่านเควสท์ซะก่อน

เงื่อนไขการขอรับเควสท์

1. มี Base Level 10

2. ตัวละครจะต้องมีค่า Status เทียบเท่าหรือมากกว่า Growth Level ที่กำหนดไว้ ซึ่งสามารถดูได้โดยการกด C เพื่อดูข้อมูลของตัวละคร

– Status ของเรา (2) ต้องเท่ากับหรือมากกว่า (1) (Growth)

ขั้นตอนการทำเควสท์

1. รับเควสท์ที่เจ้าเมือง (Officer) แต่ละเมือง ตามเมืองที่เราเกิดอย่าง Wizard ก็เมือง Desert Scream หลังจากนั้นเขาจะให้เราไปหา Instructor เมื่อเราไปคุยแล้ว เขาจะให้เราไปหา Instructor เมืองต่อไป ซึ่งลำดับเมืองจะแตกต่างกันไปตามแต่อาชีพของเรา ให้เราอ่านจากคำอธิบายในเควสท์ แล้วเราจะได้รับเควสท์แรกมา

2. เมื่อเคลียร์เควสท์แรกเสร็จแล้ว Instructor เมืองที่ 2 จะให้เราไปคุยกับ Instructor เมืองที่ 3 แล้วเราจะได้รับเควสท์ที่ 2 มา “Leveling Up , 2nd (Combo)” ซึ่งเราต้องไปเคลียร์เควสท์ตามที่กำหนดไว้

3. เมื่อจบเควสท์เมืองที่ 3 ให้กลับไปที่เมืองเกิดเพื่อทำเควสท์สุดท้าย เมื่อเราทำครบทั้งสามเควสท์แล้ว เราจะได้รับรางวัล

– รางวัลก็เป็น สกิล Combo นั่นเอง ทะแด๊นนน !!

SP (Soul Point)

แถบสีเหลืองๆ แถบนี้จะอยู่ใต้แถบ MP เรา อย่างที่เห็นด้านล่างนี่เลย มันคือแถบพลังวิญญาณที่จำเป็นต่อการกดใช้ Combo

– ใน 1 หลอด มีทั้งหมด 5,000 SP และใช้ 450 SP ต่อการกดใช้สกิลคอมโบ 1 ครั้ง
แถบ ยาวๆ (1) เราจะเก็บสะสมได้ทีละเล็กทีละน้อย จากการสังหารเหล่ามอนสเตอร์และเมื่อไหร่ที่เราเก็บได้จนเต็มหลอดยาวแล้ว มันจะกลายเป็น 1 หลอดเล็ก (2) แล้วเราก็เก็บหลอดยาวต่อเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งเราสามารถเก็บสะสมได้มากสุด 5 หลอด ซึ่งขึ้นอยู่กับเลเวลของ Battle Style ของเรา

องค์ประกอบของ Combo System

– องค์ประกอบต่างๆ ของระบบคอมโบ

1. SP Gauge Bar(แถบพลัง SP) ต้องมีขีดพลังวิญญาณในแถบนี้ จึงจะสามารถกดคอมโบได้ เมื่อกดแล้วจะเสีย SP ไป ต้องเก็บพลังวิญญาณสะสมไว้ใหม่อยู่เสมอ

2. Combo Gauge Bar (แถบเกจคอมโบ) แถบเกจคอบโบจะปรากฏเมื่อกดใช้สกิลคอมโบ โดยปรากฏอยู่ข้างใต้แถบเลือดของมอนสเตอร์

3. Combo Point (ช่วงคอมโบ) เป็นช่วงที่สามารถกดใช้สกิลและได้ความเสียหายพิเศษจากการทำคอมโบ ยิ่งใกล้ขีดที่สองเท่าไหร่ยิ่งเจ๋ง ยิ่งเกจคอมโบเป็นสีแดงเลือดเท่าไหร่ยิ่ง Perfect

4. Combo Number (จำนวนฮิตคอมโบ) จำนวนที่กดคอมโบติดมาแล้วในครั้งนั้นๆ

การเข้าสู่สภาวะคอมโบ

1. ให้ตั้งชอร์ตคัตสกิลคอมโบไว้ที่แถบสกิลของเรา โดยการเปิดหน้าต่าง Skill (กด K) ในแถบของ Special จะมี Combo Skill ที่เราได้รับมา ให้เราคลิกแล้วลากไปวางไว้ในแถบสกิลของเรา (เหมือนสกิลทั่วไป)

2. คลิกเลือกมอนสเตอร์แล้วกดสกิล Combo จากปุ่มชอร์ตคัตที่ตั้งไว้

3. จะเห็น Animation COMBO START ปรากฏ ขึ้นมากลางจอพร้อมกับ Combo Gauge

10936_a09
4. หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาที เกจคอมโบจะเริ่มวิ่ง

5. ให้เรากดสกิลโจมตีในระหว่างที่เกจอยู่เลยจากบล็อคแรกของเกจไปแล้ว (ระยะสีแดงคือระยะที่สามารถกดใช้สกิลเพื่อโจมตีมอนส์เตอร์ได้)

6. เมื่อสกิลแรกถูกร่ายและโจมตีออกไปแล้ว เกจจะเริ่มวิ่งใหม่อีกครั้งหลังจากที่สกิลสร้างความเสียหายกับมอนสเตอร์ เราก็เพียงแค่กดสกิลต่อไปในช่วงระยะที่กดได้ วนซ้ำไปเรื่อยๆ

ขั้น ตอนการคอมโบมีเพียงเท่านั้นเอง ไม่ยากเลยใช่ไหม แต่ทว่าการจะคอมโบให้เกิดอานุภาพสุงสุดนั้น มันมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกเล็กน้อยให้เราได้ศึกษาและปฏิบัติตามกัน

การทำคอมโบให้ได้ความเสียหายสูงสุด

เกจคอมโบนั้น ถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่องหลักๆ และสีของเกจคอมโบจะเปลี่ยนไปจาก

เขียว > ส้ม > แดง > ส้ม > ว่างเปล่า ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะห่างกับขีด (2)
อย่าง ที่ผมได้บอกไปว่าเราสามารถกดใช้สกิลในช่วงที่ (1) ถึง (3) ได้ แต่ว่าความเสียหายที่จะสามารถทำได้จากการคอมโบนั้นจะแตกต่างกันไปซึ่งขึ้น อยู่กับระยะที่เกจหยุด ว่าหยุดตรงไหนในช่วงที่ (1) – (3) นั่นเอง โดยรูปแบบของค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการคอมโบ จะมีอยู่ 4 รูปแบบ คือ

Excellent (เกจคอมโบสีแดง) ค่าความเสียหายจะเพิ่มขึ้นจากปกติ 20% ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเราสามารถกดใช้สกิลในช่วงที่เกจในช่องคอมโบอยู่ตรง ตำแหน่งที่ (2) พอดี และโดยบวกลบแล้วไม่เกิน 2 Pixel (ซ้าย – ขวา) จาก ขีดที่ (2) ในแถบคอมโบ

Good (เกจคอมโบสีส้ม) ค่าความเสียหายจะเพิ่มขึ้นจากปกติ 10% ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเราสามารถกดใช้สกิลในช่วงที่เกจในช่องคอมโบอยู่ตรง ตำแหน่งระหว่าง (1) ถึง (2) และ (2) ถึง (3) สังเกตได้จากสีของเกจ ถ้าหากเกจเป็นสีส้มนั่นหมายถึง Good Combo

Bad (เกจคอมโบสีเหลือง) ค่าความเสียหายจะเท่าปกติ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเรากดใช้สกิลในช่วงที่เกจในช่องคอมโบอยู่ตรงตำแหน่ง ระหว่าง (1) ถึงกึ่งกลางของ (1) โดยในขณะนั้นสีของเกจคอมโบยังคงเป็นสีเหลืองนั่นหมายถึง Bad Combo

Miss (เกจคอมโบสีเขียว / ว่างเปล่า) การคอมโบจะถูกยกเลิก แต่สกิลจะยังคงถูกร่ายต่อไป ซึ่งถ้าหากว่ากดใช้สกิลในขณะที่เกจวิ่งอยู่ระหว่าง (0) ถึง (1) หรือ เกจคอมโบวิ่งเลย (3) ไปแล้วแต่ยังไม่ได้กดใช้สกิลจะก่อให้เกิด Miss Combo

ดัง นั้นการจะใช้คอมโบให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น เราต้องหมั่นฝึกฝนเพื่อให้สามารถกะจังหวะแล้วกดใช้สกิลให้ได้สถานะ Excellent บ่อยที่สุด

ยิ่งคอมโบสูงความท้าทายยิ่งทวีคูณ

ระยะ ที่สามารถกดใช้สกิลได้ (1) ถึง (3) จะเล็กลงเรื่อยๆ ตามจำนวนฮิต ของคอมโบที่ทำได้ นี่แหละครับคือความยาก คือความมันส์ คือความท้าทายของการกดคอมโบ

– คอมโบฮิตที่ 1 – 6 ช่องจะใหญ่ สามารถคอมโบได้สบายๆ แต่ฮิตที่ 12 ขึ้นไปนี่สิ เล็กมาก !!

การทำ Multiple Combo (สังหารมอนสเตอร์อย่างต่อเนื่อง)

แน่ นอนว่าเราสามารถกดคอมโบได้ไม่จำกัดจำนวนฮิตต่อการคอมโบหนึ่งครั้ง แต่ทว่า.. มอนสเตอร์เพียงตัวเดียวนั้นเราย่อมไม่สามารถทำคอมโบได้เกิน 10 ฮิตได้แน่ๆ (ยกเว้นบอส) ดังนั้นการทำ Multiple Combo สังหารมอนสเตอร์มากกว่า 1 ตัว ในการคอมโบหนึ่งครั้ง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรักษาสภาวะคอมโบไว้

หลักการทำ Multiple Combo นั้น แบ่งได้ออกเป็น 2 แบบ ซึ่งเราจะเลือกใช้แบบไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์นั้นๆ ซึ่งเราต้องดูทั้งรูปแบบตำแหน่งของมอนสเตอร์ และรูปแบบสกิลที่เรามีอยู่

Sequential Kill (การฆ่าแบบเรียงตัว)

วิธีนี้เราจะใช้ในสถานการณ์ที่มอนสเตอร์เป็นรูปแบบ Passive (ไม่โจมตีก่อน) หรือเป็น Aggressive แต่ยืนห่างกัน

ถ้า มอนสเตอร์ยืนเรียงกันแบบนี้ก็สบายเราฆ่าเรียงตัวไปเลย เพราะเวลากดคอมโบตัวต่อไป ตัวละครเราจะวิ่งเข้าหาเป้าหมายอัตโนมัติโดยจะหยุดที่ระยะห่างของสกิลที่เรา กดใช้ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่ามอนสเตอร์ตัวอื่นจะไม่เข้ามาโจมตีเราแน่นอน

ส่วนจังหวะการเปลี่ยนมอนสเตอร์นั้น ให้เราสังเกตง่ายๆ ว่าจะคลิกเลือกมอนสเตอร์เพื่อเปลี่ยนจังหวะช่วงไหนดังนี้

(รูปที่ 1) กดยิงสกิลที่ 4 โดยคำนวณว่าค่าความเสียหายของสกิลที่ 4 จะยังไม่ทำให้มอนสเตอร์ตัวที่เรากำลังโจมตีอยู่ตาย ตอนนี้เลยยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป้าหมาย

(รูปที่ 2) กดยิงสกิลที่ 5 ซึ่งจากการใช้สกิลครั้งนี้ เรารู้แน่นอนแล้วว่ามอนส์เตอร์ตัวนี้จะต้องตายหลังจากโดนโจมตี เราจึงต้องเตรียมตัวมองหาเป้าหมายใหม่เพื่อเลือก

(รูปที่ 3) หลังจากที่การโจมตีจากรูปที่ 2 เสร็จสิ้น (แถบเลือดของมอนสเตอร์ตัวเดิมจะเหลือ 0) แล้วคอมโบเกจจะเริ่มวิ่งอีกครั้ง ในจังหวะนี้เองเราต้องทำการเลือกเป้าหมายต่อไป ซึ่งเราจะมีเวลาเลือกในระหว่างหลังจากการโจมตีครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้น ไปจนถึงเกจคอมโบจะวิ่งไปจนถึงสุดขอบของแถบคอมโบ

(รูปที่ 4) หลังจากเลือกเป้าหมายต่อไปได้แล้ว (สังเกตจากแถบเลือดมอนสเตอร์) เราก็จะสามารถกดสกิลต่อไปในช่วงของเกจคอมโบที่เราสามารถกดได้ตามปกติ ซึ่งจากการที่เราต้องกดคอมโบให้ได้ Excellent Shot เราจึงจำเป็นต้องทำขั้นตอนที่ 3 (เลือกมอนส์เตอร์ตัวต่อไป) ให้ไวที่สุดก่อนที่เกจคอมโบจะวิ่งผ่านจุด Excellent Shot ไป

ให้ ทำตามขั้นตอนที่ 1 – 4 อีกครั้ง ในการเปลี่ยนมอนสเตอร์ เพื่อรักษาสภาวะคอมโบให้คงอยู่ต่อไป และถ้าหากว่าเราไม่สามารถเลือกมอนสเตอร์ หรือกดสกิลต่อไปได้ทันก่อนเกจคอมโบจะวิ่งไปจนสุดแถบ (หายไป) สภาวะคอมโบจะถูกยกเลิกโดยทันที

Complex Kill (การเปลี่ยนเป้าสังหารเฉียบพลัน)

รูป แบบการคอมโบแบบ CK นี้ มักจะใช้กับมอนส์เตอร์ที่เป็น Aggressive (โจมตีอัตโนมัติ) และอยู่รวมกันเป็นฝูง หรือมีโอกาสโผล่มาข้างหลังเราได้ทุกเมื่อ


ให้เราทำการเปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีมอนสเตอร์ที่ใกล้เราก่อน โดยใช้สกิลที่มีผลทำให้มอนส์เตอร์ล้มประเดิมเป็นสกิลแรกๆ

การ เปลี่ยนเป้าหมายนั้นให้คลิกเลือกได้ทุกเวลา ถึงแม้ว่ามอนส์เตอร์ตัวที่เราตีอยู่เดิมนั้นจะยังไม่ตายก็ตาม (เรามารถเปลี่ยนเป้าหมายไปได้เรื่อยๆ อย่างอิสระ) และให้เราใช้สกิลให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งการจัดเรียงสกิลนั้นเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการคอมโบ เพราะว่าทุกอาชีพจะมีสกิลที่เป็นสกิลโจมตีเพื่อสร้างความเสียหาย และสกิลที่มีผลทำให้มอนสเตอร์หยุดหรือล้ม ดังนั้นการจัดเรียงสกิลในแถบสกิลนั้นจึงควรเรียงให้สกิลที่สร้างความเสียหาย คั่นด้วยสกิลที่ทำให้มอนสเตอร์ล้ม

วิธี การเรียงสกิลเพื่อคอมโบแบบนี้จะทำมอนสเตอร์มีโอกาสตอบโต้เราน้อยที่สุด (หึๆ) – จัดสกิลแบบแบบ 1 – 2 – 1 จะพอดีกับเวลาที่มอนส์เตอร์เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง

สาเหตุที่ทำให้สภาวะคอมโบสิ้นสุด

– กดใช้สกิลในช่วงที่ไม่ถูกต้อง (Miss Combo) : กรณีนี้จะเกิดขึ้นเมื่อกดใช้สกิล ในขณะที่แถบสกิลวิ่งยังไม่ถึงช่วงที่ 2 หรือ วิ่งเลยช่วงที่สองไป โดยไม่ได้กดสกิล

– MP ไม่พอ : ถ้า MP ไม่พอก็หมดกันครับ แต่โดยปกติแล้วตัวเกมส์จะกดปั้ม MP ให้เองอัตโนมัติ เพียงแต่คุณต้องเตรียมขวดน้ำยา MP ไว้ในตัวก็พอ แต่ว่าต้องใช้ระดับของ MP Potion ให้เหมาะสมกับระดับการใช้ MP ของสกิลเราด้วยมิเช่นนั้นจะทำให้ MP ไม่เพียงพอต่อการใช้สกิล (ติด Cooldown)

– Cooldown Skill : ถ้าหากว่ากดใช้สกิลซ้ำในขณะที่มันยังติด Cool Down จะทำให้การคอมโบสิ้นสุดลงทันที เพราะฉะนั้นการคอมโบจึงจำเป็นต้องสังเกตทั้ง HP เรา, HP มอนสเตอร์, ตำแหน่งของมอนสเตอร์ที่จะมาโจมตีเรา, แถบเกจคอมโบและ Cooldown Skill นี่แหละครับความมันส์ของการกดคอมโบ (ฮะฮ่าฮ่าๆ)

– สกิลผิดพลาด : สกิลบางจำพวก เช่น บัฟ หรือ สกิลหลบหลีก จะไม่สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของคอมโบได้

– เมื่อมอนส์เตอร์ตายแล้วกดใช้สกิลก่อนที่จะเลือกศัตรูตัวต่อไป

– การคลิกเดินจะมีผลทำให้การคอมโบถูกยกเลิก

Combo Tactics and Tricks

– เราสามารถเลือกมอนสเตอร์ไกลแค่ไหนก็ได้เท่าที่ระยะการมองเห็นของเราจะเลือกได้ ตัวละครจะวิ่งเข้าไปทำการโจมตีเองอัตโนมัติ

– เมื่อใช้คอมโบในการสู้กับมอนสเตอร์ ถึงมอนสเตอร์จะโหดแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหาเพียงแต่ว่าจะเปลือง MP ไม่คุ้มราคากับเงินที่ดรอป แนะนำให้ไปเก็บกับตัวที่เป็นสี เหลือง – ส้ม จะทำให้เก็บเลเวลได้ไวมากๆ

– ถ้าหากเรียงสกิลที่ใช้โจมตีในช่วงคอมโบต่างกัน Combo Effect ที่ปรากฏก็จะต่างกันด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงสามารถสรรค์สร้างเอกลักษณ์ของ Effect ในการคอมโบต่อของเราเองได้ เท่ห์ซะไม่มี

– ในระหว่างการคอมโบเราสามารถกด Space Bar เพื่อทำการเก็บของได้โดยไม่มีผลต่อการคอมโบ (กด Space Bar โดยใช้นิ้วโป้ง อิอิ)

– การจัดเรียงสกิลควรเรียงตามระยะของสกิลจากไกลไปใกล้ เพื่อที่มอนส์เตอร์จะมีโอกาสโจมตีเราได้น้อยที่สุด

– บางสายอาชีพ เช่น Blader จะมีสกิลที่ใช้ในการโจมตีในช่วงแรกๆ น้อย ส่งผลให้ Cooldown ของสกิลไม่ทันต่อการใช้งาน วิธีแก้ไขให้ทำการอัพสกิลสายเวทย์มาด้วยแล้วใช้เป็นส่วนหนึ่งของคอมโบ เพื่อรอให้สกิลหลัก Cooldown เสร็จสมบูรณ์

– ความเร็วในการส่งข้อมูล (Package) ของอินเตอร์เน็ต (Ping time) มีผลต่อการกดคอมโบ ทำให้บางครั้งเราต้องกดสกิลก่อนที่เกจจะวิ่งถึงจุดที่ต้องการล่วงหน้า 0 – 1 วินาที ตามแต่ Cooldown ของอินเตอร์เน็ต (ต้องทดลองและสัมผัสจังหวะกันเอาเอง)

– การเก็บพลังวิญญาณ (SP) สามารถทำได้อีกหนึ่งวิธี โดยการ Dance ซึ่งจะขึ้นไวกว่าการโจมตีมอนสเตอร์ตามปกติมาก เราสามารถเต้นรำได้โดยการ พิมพ์ /dance ในช่อง Chat ปกติ (N) หรือคลิกเลือกที่ตัวละครของเรา > เมนู > เต้นรำ ก็ได้ โดยระยะเวลาเต้นรำในแต่ละหลอดจะไม่เท่ากัน ดังนี้

• หลอดที่ 1 : ใช้เวลา 1 นาที 42 วินาที
• หลอดที่ 2 : ใช้เวลา 3 นาที 10 วินาที
• หลอดที่ 3 : ใช้เวลา 3 นาที 36 วินาที
• หลอดที่ 4 : ใช้เวลา 6 นาที 17 วินาที
บทความโดย : McExco
creadits : www.online-station.net